gototopgototop
เว็บ เพื่อ การบริหารจัดการคอนโดมิเนียม
สื่อกลางระหว่าง ผู้อยู่คอนโด กับ ฝ่ายบริหาร
รวมข่าวสาร ความรู้ และ กฏหมายที่เกี่ยวข้อง
สารบัญเว็บลิ้งที่เป็นประโยชน์ กับการบริหาร
   

ประชาสัมพันธ์ อสังหาริมทรัพย์

ข่าวเด่น/บทความน่าสนใจ อสังหาริมทรัพย์ (Weblink)

ตลาดอสังหา

หน้าแรก ข่าววันนี้ พฤติกรรมมิชอบ ในการบริหารคอนโด
พฤติกรรมมิชอบ ในการบริหารคอนโด

คอลัมน์ครบเครื่องคนรักบ้าน / โพสต์ ทูเดย์  วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552

รายงานโดย :  นคร มุธุศรี   นายกก่อตั้งสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย

มีเรื่องแปลกพิสดารผสมผสานความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นในตึกสูงลอยฟ้าแห่งหนึ่ง ที่อยากยกเป็นกรณีศึกษาให้กับผู้อยู่อาศัย ทั้งที่เป็นเจ้าของร่วม คณะกรรมการอาคารชุดและผู้จัดการนิติบุคคล ได้รับรู้ไว้เป็นอุทาหรณ์ครับ

คอนโดมิเนียมแห่งนี้ มีจำนวน 300 ยูนิตกว่าๆ และจดทะเบียนเป็นอาคารชุดมานานเกิน 10 ปี หลังจากนั้นมีการจัดประชุมใหญ่เลือกผู้บริหาร และให้ความเห็นทำนู่นทำนี่ตามปกติเฉกเช่นเดียวกับตึกสูงลอยฟ้าทั่วๆ ไป

เพิ่งมาเกิดความเดือดร้อนวุ่นวายเอาในระยะ 2-3 ปีหลังๆ นี่เอง เริ่มจากที่ประชุมใหญ่สามัญลงคะแนนเสียงเลือกคณะกรรมการบริหารและผู้จัดการนิติบุคคลชุดใหม่แทนกลุ่มเดิมเมื่อตอนปลายปี 2550 และมีกำหนดนั่งอยู่ตำแหน่งแค่ 1 ปี โดยสิ้นสุดต้องลงจากเก้าอี้เมื่อมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งต่อไป

เข้ามาบริหารการจัดการได้ไม่กี่เพลา สมาชิกที่พักอาศัยอยู่ในอาคารชุดส่วนใหญ่เริ่มได้กลิ่นอายเค้าลางความไม่ชอบมา พากลและไม่โปร่งใสจากการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้จัดการนิติบุคคลหลายประการ เจ้าของห้องชุดจึงตัดสินใจฟ้องร้องหลายคดี

จากนั้นจนถึงปัจจุบันสมาชิกในคอนโดดังกล่าว ก็มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายยืนอยู่คนละข้างกันเรียบร้อยแล้ว

กลุ่มแรก “ต้องการถอดถอนผู้จัดการอาคารชุดคนเก่าออกจากตำแหน่ง และสรรหาบุคคลใหม่เข้าทำหน้าที่แทน พร้อมๆ กับเปลี่ยนตัวกรรมการเป็นคณะใหม่”

กลุ่มที่สอง “เป็นเจ้าของห้องชุดบางรายที่เป็นเพื่อนเป็นพวกกับผู้บริหารชุดเดิม และยังเข้าได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยซึ่งกันและกันโดยไม่จืดจาง”

ครั้นถึงวันประชุมใหญ่สามัญในปีถัดมา เจ้าของห้องชุดเสียงข้างมาก ก็ลงมติเลือกสรรตัวแทนชุดใหม่เป็นคณะกรรมการคอนโดจำนวน 5 ท่าน

สรุปรายงานประชุมใหญ่เสร็จ ผู้จัดการนิติบุคคลต้องนำรายชื่อคณะกรรมการไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานภายใน 30 วัน แต่ผ่านไปวันแล้ววันเล่าผู้จัดการคอนโดแห่งนี้ก็ยังเพิกเฉย

หนักไปยิ่งกว่านั้น ผู้จัดการอาคารชุดดังกล่าวยังดันทุรังจัดทำรายงานผิดข้อเท็จจริง ให้กรรมการคณะเดิมนั่งอยู่ในตำแหน่งอีกปีเฉย ดีแต่ว่าเจ้าพนักงานไม่เออออห่อหมกรับลูกจดทะเบียนให้

เดือดร้อนถึงเจ้าของที่ดินต้องออกหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมกำชับกำชาตบท้ายว่า หากไม่ดำเนินการให้เรียบร้อยถือว่ากระทำผิดพ.ร.บ.อาคารชุด ต้องถูกระวางโทษทั้งทางแพ่งและอาญาตามกฎหมาย

ผู้จัดการได้รับเอกสารคำเตือนก็ยังทำตัวแบบเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ คณะกรรมการอาคารชุดที่ได้รับเลือกตั้งใหม่สุดแสนจะทนไหว รีบแจ้นไปแจ้งความดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมจัดประชุมใหญ่ลงมติเป็นเอกฉันท์ “ถอดถอน” และแต่งตั้งผู้จัดการท่านอื่นเข้าปฏิบัติหน้าที่แทน

ผ่านมาหลายเดือนผู้พักอาศัยในคอนโดมิเนียมแห่งนั้น ยิ่งมีความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง แถมคณะกรรมการชุดเก่าก็ยังเกาะติดเก้าอี้เป็นตังเม นั่งสุมหัวประชุมกันโดยไม่สนว่ากระทำผิดกฎหมาย

เมื่อสุดจะกลั้นจะอดทน จวบกับถึงระยะเวลาครบรอบปีบัญชีคณะกรรมการชุดใหม่ จึงจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีอีกครั้ง คราวนี้มีการบรรจุวาระตามที่กฎหมายกำหนดและตามความประสงค์ของเจ้าของร่วมส่วนใหญ่

หนึ่งใน 5-6 วาระคือ “ถอดถอน” ผู้จัดการคนเก่าและพิจารณา “เลือกตั้ง” บุคคลใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่แทน

ถึงวันประชุมสมาชิกในตึกสูงแห่งนั้น ทำการลงมติเป็นเอกฉันท์ “ปลด” ผู้จัดการคนเก่า พร้อมแต่งตั้งเจ้าของห้องชุดท่านหนึ่งเป็นผู้บริหาร

อีก 2-3 วันถัดมา ผู้จัดการที่ได้รับการเลือกสรรจากที่ประชุมใหญ่ก็ยื่นจดทะเบียนขอเปลี่ยนแปลงชื่อเสียงเรียงนามต่อเจ้าพนักงานที่ดินตามบทบัญญัติข้อกฎหมายที่กำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเร็ววัน

ผลรึครับ

เจ้าพนักงานที่ดินแจ้งปฏิเสธการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้จัดการนิติบุคคล โดยอ้างว่าผู้จัดการคอนโด (คนเก่า) ยังไม่นำรายชื่อไปจดทะเบียนตามคำสั่ง เจ้าพนักงาน คณะกรรมการจึงไม่มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่ กอปรกับผู้จัดการ (ก็คนเดียวกับที่ถูกเจ้าของห้องชุดลงมติถอดถอน และฝ่าฝืนกฎหมายไม่นำรายชื่อกรรมการไปจดทะเบียนนั่นแหละ) ยื่นคัดค้าน

ได้ยินได้ฟังแล้วแปลกไหม เพราะแทนที่เจ้าพนักงานที่ดินจะเอาผิดกับผู้จัดการ (คนเก่า) ฐานกระทำผิดพ.ร.บ.อาคารชุดกลับเป็นพวกเดียวกันฉิบ

ณ จนถึงบัดนี้อาคารชุดแห่งนั้นก็ยังตกอยู่ในอาการ “พัลวันพัลเก” ผมเข้าไปรับรู้เรื่องยุ่งเหยิงโดยไม่ตั้งใจเมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็พอจะสรุปถึงความไม่ชอบมาพากลอันเกิดจากการกระทำของผู้คนบางฝ่ายโดยประมาณ

กลุ่มแรก “คณะกรรมการชุดเก่าที่พ้นวาระไปแล้วก็ยังอยากเป็นต่ออีกสมัย และทั้งๆ ที่เสียงส่วนใหญ่ไม่ยอมเลือกแต่ก็ยังทำหน้าที่บริหารสั่งการซ้ำซ้อนกับคณะกรรมการชุดใหม่ โดยไม่สนเสียงบ่นพึม”

ฝ่ายต่อมาคือ “ผู้จัดการนิติบุคคล คนเก่าที่ประพฤติปฏิบัติโดยมิชอบ และกระทำผิดพ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2551 หลายประการ”

อาทิ

ฝ่าฝืนกฎหมายไม่นำรายชื่อกรรมการอาคารชุด (คณะใหม่) ไปยื่นจดทะเบียนตามคำสั่งเจ้าพนักงานที่ดิน

ตนเองพ้นวาระตำแหน่งไปแล้วเกือบปี แต่ก็แกล้งทำเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อนเสี่ยนี่

ไม่จัดทำงบดุล ไม่จัดให้มีการตรวจสอบบัญชี ไม่ยินยอมให้เจ้าของห้องชุดขอดูเอกสารการเงิน

ที่เลวร้ายไปกว่านั้นผู้จัดการรายนี้ยังจัดทำรายงานประชุมเพื่อผลักดันช่วยเหลือให้คณะกรรมการ (ชุดเก่า) ที่เป็นสมัครพรรคพวกของตนเองดำรงตำแหน่งอยู่ในวาระต่อไป

กลุ่มฝ่ายสุดท้าย “เจ้าพนักงานที่ดิน” ซึ่งเป็นข้าราชการของรัฐ แต่มีความพฤติกรรมส่อไปในทางมิชอบหลายประการ ไม่ว่ากรณีการปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้จัดการคนเก่าเป็นท่านใหม่ และไม่ว่าการละเว้นไม่ดำเนินการตามบทบัญญัติข้อกฎหมาย กับผู้จัดการ (คนเก่า) ที่ดื้อแพ่งไม่นำ รายชื่อคณะกรรมการไปจดทะเบียนต่อ เจ้าพนักงานที่ดินให้ถูกต้องตามคำสั่ง

จะสะกิดบอกให้การละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ทั้งสองกรณีของเจ้าพนักงานที่ดิน ผู้จัดการนิติบุคคล (คนเก่า) แอบเอาไปเมาท์กับใครต่อใครอย่างโขมงโฉงเฉง

“เจ้าพนักงานที่ดินเป็นพรรคพวกเดียวกันกับผม และที่สำคัญผมจ่ายค่าน้ำมันหล่อลื่นเรียบร้อย ใครหน้าไหนก็ไม่มีทางเด้งผมออกจากตำแหน่งผู้จัดการอาคารชุดนี้ได้”

ประโยคข้างบนคือคำคุยฟุ้งแบบมั่นอกมั่นใจของผู้จัดการคนเก่า

ครับ...ข้อขัดแย้งนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าทุกฝ่ายยึดหลักของกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่รัฐ

ชาวบ้านชาวช่องเขาเดือดร้อนกับการกระทำผู้ใต้บังคับบัญชาขนาดนี้ อนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดินจะไม่ลองสำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงดูมั่งรึไง...!!

ที่มา

 

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล


 
English Thai