รายงานโดย : นคร มุธุศรี นายกก่อตั้งสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
มีเรื่องแปลกพิสดารผสมผสานความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นในตึกสูงลอยฟ้าแห่งหนึ่ง ที่อยากยกเป็นกรณีศึกษาให้กับผู้อยู่อาศัย ทั้งที่เป็นเจ้าของร่วม คณะกรรมการอาคารชุดและผู้จัดการนิติบุคคล ได้รับรู้ไว้เป็นอุทาหรณ์ครับ
คอนโดมิเนียมแห่งนี้ มีจำนวน 300 ยูนิตกว่าๆ และจดทะเบียนเป็นอาคารชุดมานานเกิน 10 ปี หลังจากนั้นมีการจัดประชุมใหญ่เลือกผู้บริหาร และให้ความเห็นทำนู่นทำนี่ตามปกติเฉกเช่นเดียวกับตึกสูงลอยฟ้าทั่วๆ ไป
เพิ่งมาเกิดความเดือดร้อนวุ่นวายเอาในระยะ 2-3 ปีหลังๆ นี่เอง เริ่มจากที่ประชุมใหญ่สามัญลงคะแนนเสียงเลือกคณะกรรมการบริหารและผู้จัดการนิติบุคคลชุดใหม่แทนกลุ่มเดิมเมื่อตอนปลายปี 2550 และมีกำหนดนั่งอยู่ตำแหน่งแค่ 1 ปี โดยสิ้นสุดต้องลงจากเก้าอี้เมื่อมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งต่อไป
เข้ามาบริหารการจัดการได้ไม่กี่เพลา สมาชิกที่พักอาศัยอยู่ในอาคารชุดส่วนใหญ่เริ่มได้กลิ่นอายเค้าลางความไม่ชอบมา พากลและไม่โปร่งใสจากการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้จัดการนิติบุคคลหลายประการ เจ้าของห้องชุดจึงตัดสินใจฟ้องร้องหลายคดี
จากนั้นจนถึงปัจจุบันสมาชิกในคอนโดดังกล่าว ก็มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายยืนอยู่คนละข้างกันเรียบร้อยแล้ว
กลุ่มแรก “ต้องการถอดถอนผู้จัดการอาคารชุดคนเก่าออกจากตำแหน่ง และสรรหาบุคคลใหม่เข้าทำหน้าที่แทน พร้อมๆ กับเปลี่ยนตัวกรรมการเป็นคณะใหม่”
กลุ่มที่สอง “เป็นเจ้าของห้องชุดบางรายที่เป็นเพื่อนเป็นพวกกับผู้บริหารชุดเดิม และยังเข้าได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยซึ่งกันและกันโดยไม่จืดจาง”
ครั้นถึงวันประชุมใหญ่สามัญในปีถัดมา เจ้าของห้องชุดเสียงข้างมาก ก็ลงมติเลือกสรรตัวแทนชุดใหม่เป็นคณะกรรมการคอนโดจำนวน 5 ท่าน
สรุปรายงานประชุมใหญ่เสร็จ ผู้จัดการนิติบุคคลต้องนำรายชื่อคณะกรรมการไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานภายใน 30 วัน แต่ผ่านไปวันแล้ววันเล่าผู้จัดการคอนโดแห่งนี้ก็ยังเพิกเฉย
หนักไปยิ่งกว่านั้น ผู้จัดการอาคารชุดดังกล่าวยังดันทุรังจัดทำรายงานผิดข้อเท็จจริง ให้กรรมการคณะเดิมนั่งอยู่ในตำแหน่งอีกปีเฉย ดีแต่ว่าเจ้าพนักงานไม่เออออห่อหมกรับลูกจดทะเบียนให้
เดือดร้อนถึงเจ้าของที่ดินต้องออกหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมกำชับกำชาตบท้ายว่า หากไม่ดำเนินการให้เรียบร้อยถือว่ากระทำผิดพ.ร.บ.อาคารชุด ต้องถูกระวางโทษทั้งทางแพ่งและอาญาตามกฎหมาย
ผู้จัดการได้รับเอกสารคำเตือนก็ยังทำตัวแบบเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ คณะกรรมการอาคารชุดที่ได้รับเลือกตั้งใหม่สุดแสนจะทนไหว รีบแจ้นไปแจ้งความดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมจัดประชุมใหญ่ลงมติเป็นเอกฉันท์ “ถอดถอน” และแต่งตั้งผู้จัดการท่านอื่นเข้าปฏิบัติหน้าที่แทน
ผ่านมาหลายเดือนผู้พักอาศัยในคอนโดมิเนียมแห่งนั้น ยิ่งมีความขัดแย้งเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง แถมคณะกรรมการชุดเก่าก็ยังเกาะติดเก้าอี้เป็นตังเม นั่งสุมหัวประชุมกันโดยไม่สนว่ากระทำผิดกฎหมาย
เมื่อสุดจะกลั้นจะอดทน จวบกับถึงระยะเวลาครบรอบปีบัญชีคณะกรรมการชุดใหม่ จึงจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีอีกครั้ง คราวนี้มีการบรรจุวาระตามที่กฎหมายกำหนดและตามความประสงค์ของเจ้าของร่วมส่วนใหญ่
หนึ่งใน 5-6 วาระคือ “ถอดถอน” ผู้จัดการคนเก่าและพิจารณา “เลือกตั้ง” บุคคลใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่แทน
ถึงวันประชุมสมาชิกในตึกสูงแห่งนั้น ทำการลงมติเป็นเอกฉันท์ “ปลด” ผู้จัดการคนเก่า พร้อมแต่งตั้งเจ้าของห้องชุดท่านหนึ่งเป็นผู้บริหาร
อีก 2-3 วันถัดมา ผู้จัดการที่ได้รับการเลือกสรรจากที่ประชุมใหญ่ก็ยื่นจดทะเบียนขอเปลี่ยนแปลงชื่อเสียงเรียงนามต่อเจ้าพนักงานที่ดินตามบทบัญญัติข้อกฎหมายที่กำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเร็ววัน
ผลรึครับ
เจ้าพนักงานที่ดินแจ้งปฏิเสธการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงผู้จัดการนิติบุคคล โดยอ้างว่าผู้จัดการคอนโด (คนเก่า) ยังไม่นำรายชื่อไปจดทะเบียนตามคำสั่ง เจ้าพนักงาน คณะกรรมการจึงไม่มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่ กอปรกับผู้จัดการ (ก็คนเดียวกับที่ถูกเจ้าของห้องชุดลงมติถอดถอน และฝ่าฝืนกฎหมายไม่นำรายชื่อกรรมการไปจดทะเบียนนั่นแหละ) ยื่นคัดค้าน
ได้ยินได้ฟังแล้วแปลกไหม เพราะแทนที่เจ้าพนักงานที่ดินจะเอาผิดกับผู้จัดการ (คนเก่า) ฐานกระทำผิดพ.ร.บ.อาคารชุดกลับเป็นพวกเดียวกันฉิบ
ณ จนถึงบัดนี้อาคารชุดแห่งนั้นก็ยังตกอยู่ในอาการ “พัลวันพัลเก” ผมเข้าไปรับรู้เรื่องยุ่งเหยิงโดยไม่ตั้งใจเมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็พอจะสรุปถึงความไม่ชอบมาพากลอันเกิดจากการกระทำของผู้คนบางฝ่ายโดยประมาณ
กลุ่มแรก “คณะกรรมการชุดเก่าที่พ้นวาระไปแล้วก็ยังอยากเป็นต่ออีกสมัย และทั้งๆ ที่เสียงส่วนใหญ่ไม่ยอมเลือกแต่ก็ยังทำหน้าที่บริหารสั่งการซ้ำซ้อนกับคณะกรรมการชุดใหม่ โดยไม่สนเสียงบ่นพึม”
ฝ่ายต่อมาคือ “ผู้จัดการนิติบุคคล คนเก่าที่ประพฤติปฏิบัติโดยมิชอบ และกระทำผิดพ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2551 หลายประการ”
อาทิ
ฝ่าฝืนกฎหมายไม่นำรายชื่อกรรมการอาคารชุด (คณะใหม่) ไปยื่นจดทะเบียนตามคำสั่งเจ้าพนักงานที่ดินตนเองพ้นวาระตำแหน่งไปแล้วเกือบปี แต่ก็แกล้งทำเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อนเสี่ยนี่
ไม่จัดทำงบดุล ไม่จัดให้มีการตรวจสอบบัญชี ไม่ยินยอมให้เจ้าของห้องชุดขอดูเอกสารการเงิน
ที่เลวร้ายไปกว่านั้นผู้จัดการรายนี้ยังจัดทำรายงานประชุมเพื่อผลักดันช่วยเหลือให้คณะกรรมการ (ชุดเก่า) ที่เป็นสมัครพรรคพวกของตนเองดำรงตำแหน่งอยู่ในวาระต่อไป
กลุ่มฝ่ายสุดท้าย “เจ้าพนักงานที่ดิน” ซึ่งเป็นข้าราชการของรัฐ แต่มีความพฤติกรรมส่อไปในทางมิชอบหลายประการ ไม่ว่ากรณีการปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้จัดการคนเก่าเป็นท่านใหม่ และไม่ว่าการละเว้นไม่ดำเนินการตามบทบัญญัติข้อกฎหมาย กับผู้จัดการ (คนเก่า) ที่ดื้อแพ่งไม่นำ รายชื่อคณะกรรมการไปจดทะเบียนต่อ เจ้าพนักงานที่ดินให้ถูกต้องตามคำสั่ง
จะสะกิดบอกให้การละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ทั้งสองกรณีของเจ้าพนักงานที่ดิน ผู้จัดการนิติบุคคล (คนเก่า) แอบเอาไปเมาท์กับใครต่อใครอย่างโขมงโฉงเฉง
“เจ้าพนักงานที่ดินเป็นพรรคพวกเดียวกันกับผม และที่สำคัญผมจ่ายค่าน้ำมันหล่อลื่นเรียบร้อย ใครหน้าไหนก็ไม่มีทางเด้งผมออกจากตำแหน่งผู้จัดการอาคารชุดนี้ได้”
ประโยคข้างบนคือคำคุยฟุ้งแบบมั่นอกมั่นใจของผู้จัดการคนเก่า
ครับ...ข้อขัดแย้งนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าทุกฝ่ายยึดหลักของกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่รัฐชาวบ้านชาวช่องเขาเดือดร้อนกับการกระทำผู้ใต้บังคับบัญชาขนาดนี้ อนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดินจะไม่ลองสำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงดูมั่งรึไง...!!
ที่มา