| รายงานวิจัยเรื่อง “ทัศนคติของผู้อยู่อาศัยในโครงการอาคารชุด ของ กคช.” |
|
บทคัดย่อ การดำเนินการในโครงการศึกษาวิจัยเรื่องทัศนคติของผู้อาศัยในโครงการอาคารชุดของ กคช. มี วัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบถึงความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับพระราชบัญญัติอาคารชุด ทัศนคติ ความต้องการ และ พฤติกรรมการใช้อาคารชุด ของผู้อยู่อาศัยในอาคารชุด และเปรียบเทียบทัศนคติด้านต่างๆ ของผู้อาศัย ระหว่าง โครงการของ กคช. กับโครงการของเอกชน โดยใช้วิธีการสำรวจด้วยแบบสอบถามในกลุ่มผู้ให้ข้อมูล ที่เป็นผู้ อาศัย ของโครงการอาคารชุดที่เป็นของ กคช. 6 โครงการ กับที่เป็นของเอกชนอีก 2 โครงการได้แก่ โครงการ สมุทรปราการ หลักสี่ บางพลี นนทบุรี บางบัว ธนบุรี 1/6 บางพลีซิตี้ และ เด่นชัยคอนโดทาวน์ การสำรวจด้วย แบบสอบถามได้ดำเนินการในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน 2539 ครอบคลุมหน่วยตัวอย่าง ทั้งสิ้น 1,009 ราย ผลการดำเนินงานโครงการพบว่า ห้องชุดที่ผู้อยู่อาศัยเป็นผู้ให้ข้อมูลจะมีขนาดเฉลี่ยอยู่ในช่วง 30 – 35 ตารางเมตร ยกเว้นโครงการนนทบุรี ซึ่งมีขนาดเฉลี่ยอยู่ที่ 56 ตารางเมตร ราวครึ่งหนึ่งของผู้ให้ ข้อมูล เป็นเจ้าของห้องชุดเอง นอกนั้นเป็นผู้เช่าหรือผู้อาศัย อัตราค่าเช่าห้องชุดเหล่านี้จะตกอยู่ประมาณ 1,700-2,200.- บาทต่อเดือน ค่าใช้จ่ายส่วนกลางเฉลี่ยกันออกอยู่ที่เดือนละ 200 – 300.- บาท ผู้อาศัยใน อาคารชุดทั้งสองกลุ่ม (เจ้าของ – ไม่ใช่เจ้าของ) มีความรู้ความเข้าใจในพื้นฐานเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ อาคารชุดในระดับที่ค่อนข้างต่ำ หรือไม่ได้ให้ความสนใจที่จะรู้ถึงสาระเนื้อหาของพระราชบัญญัติอาคารชุดใน ระดับที่ค่อนข้างต่ำ หรือไม่ได้ให้ ความสนใจที่จะรู้ถึงสาระเนื้อหาของพระราชบัญญัติอาคารชุด เหตุผลหลักใน การเลือกเข้ามาอยู่อาศัยในอาคารชุด เหล่านี้ เรียงลำดับตามความสำคัญของเหตุผลได้ดังนี้ สถานที่ตั้งสามารถ ไปทำงานได้สะดวก การทำให้มีที่อยู่ อาศัยที่เป็นของตนเอง มีความเป็นอิสระส่วนตัวและอยู่ใกล้ชุมชนสะดวก ต่อการสัญจร นอกจากใช้เป็นที่อยู่อาศัย หลักแล้ว ห้องชุดเหล่านี้อาจใช้ประกอบธุรกิจหรือใช้เป็นที่อยู่อาศัยรอง อีกด้วย ผู้อยู่อาศัยประมาณ 25% ระบุว่า ไม่เคยใช้ทรัพย์สินส่วนกลางเลยครึ่งหนึ่งของผู้ให้ข้อมูลระบุว่าได้ ใช้ทรัพย์สินส่วนกลางเป็นครั้งคราวเท่านั้น ความพึงพอใจในตัวอาคารโครงการสิ่งแวดล้อมของการอยู่อาศัย ความสะอาดและความเป็น ระเบียบเรียบร้อย ความเป็นอยู่ของสังคมที่อยู่อาศัยร่วมกันและคุณภาพโดยรวมาของการอยู่อาศัยจัดว่าอยู่ใน ระดับ เป็นเกณฑ์ที่พอใจ ทัศนคติในองค์ประกอบที่เกี่ยวกับการอยู่อาศัยในด้านต่างๆ อาทิเช่น สถานที่ตั้ง รูปแบบของ อาคาร รูปแบบของห้องชุด ราคาห้องชุด การบริหารนิติบุคคลอาคารชุด และค่าใช้จ่ายร่วมอยู่ใน เกณฑ์ปานกลาง ผู้ อยู่อาศัยในทุกโครงการระบุว่าส่วนประกอบที่ต้องการให้มีเพิ่มเป็นด้านที่เกี่ยวข้องกับการ ส่งเสริมสุขภาพ สวนสาธารณะและคลีนิคแพทย์ส่วนประกอบด้านกายภาพอื่นๆ ถูกระบุถึงในระดับค่อนข้างต่ำ ABSTRACT The study of attitude among NHA condominium residents was aimed at assessing basic and understand on “Condominium Act” of the target residents also comparing “attitude” “satisfaction” “perceived need” and “living behavior” between the NHA condominium and the private condominium residents. The data collection means used in the study was a questionnaire survey method. The field survey covered the residents of 8 condominiums (six of NHA and two are private condominium) , and comprised of 1,009 respondents. It was found that the average size of all condominium is between 30-35 sq. m. About 50% of the units were occupied by owners, the rest of the units were either rented or residing by others. Among rented units, the rental rate were 1,700 – 2,200 bath per month with pooled monthly expenses at 200-300 bath per month. Knowledge and understanding of the “Condominium Act” among owners and non-owners were substantially low, they did not have much of awareness in any of those issues stated in the Act. The key reasons in selecting the current living condominium are “convenient location to workplace” “entitle to ownership of the residence” and “maintaining of self-privacy” Besides the condominium was used for residency, the unit was also used for either business or secondary residency purposes. Only 25% of respondents did express that they had never used the central (pooled) facilities of the condominium, about half of all respondents had occasional used of the facilities Satisfaction on the condominium itself, the environment, cleanliness and orderness, social living conditions and global living quality was quite accepted by all of the residents. Attitudes towards living components, e.g. location, construction design, style of the units, cost of units, managerial aspects and pooled expenses, were at the medium levels. Respondents from all locations had identified need for supplement facilities, including were : public green areas, medical clinic, and health related facilities. Other physical facilities were of low interests. ที่มา http://dhds.nha.co.th/internet/research/Ab39604.pdf
|
|||||||||||















