gototopgototop
เว็บ เพื่อ การบริหารจัดการคอนโดมิเนียม
สื่อกลางระหว่าง ผู้อยู่คอนโด กับ ฝ่ายบริหาร
รวมข่าวสาร ความรู้ และ กฏหมายที่เกี่ยวข้อง
สารบัญเว็บลิ้งที่เป็นประโยชน์ กับการบริหาร
   
หน้าแรก เรื่องน่ารู้ โรคจากอาคาร Sick Building Syndrome
โรคแพ้จากอาคาร Sick Building Syndrome
            โรคแพ้จากอาคาร  หรือโรคแพ้ตึก  มาจากภาษาอังกฤษ ว่า  Sick  Building  Syndrome หมายถึง  โรคที่เกิดจากภาวะต่าง ๆ ในตึก   อาคารสำนักงาน  ร้านสรรพสินค้า ฯลฯ  ที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลาย ๆ คน และ มีอาการคล้าย ๆ กัน  เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน   มักเกิดในสำนักงานที่ใช้เครื่องปรับอากาศ   อากาศถ่ายเทน้อยไม่มีอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกเข้าไปปรับเปลี่ยน   คนในอาคารแออัด
สาเหตุ
จากมลพิษภายในตึก  อากาศถ่ายเทไม่ดี  คนในอาคารแออัดมากเกินไป
มีการเผาไหม้  เกิดแก็สในตึก  เช่น  มีการสูบบุหรี่ทำให้เกิด   แก็สคาร์บอนมอนอกไซด์  ฝุ่นผง ฯลฯ  การปรุงอาหารในตึก
การมีคนแออัด ไอ  จาม ไว้ ทำให้เชื้อโรคกระจายวนเวียนในตึก   เชื้อรา  จากฝาผนังตึก ผนังห้อง  เชื้อโรคจากมด  ปลวก  แมลงสาป  ไรฝุ่น  ที่อยู่ตามพรม หรือเครื่องเรือน
มลพิษจาก เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น  จากเครื่องถ่ายสำเนา  รังสีจากเครื่องไฟฟ้า เช่น เตา     ไมโครเวฟ ฯลฯ
อาการ
ระคายเคือง  ตา  จมูก  จาม  น้ำมูกไหล  คันตามผิวหนัง
สำหรับคนที่แพ้ง่าย คนที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว  อาการแพ้จะกำเริบมากขึ้น  ที่พบบ่อยคือ แพ้ไรฝุ่น  เชื้อรา  เชื้อจากแมลงสาป  ทำให้มีอาการไอ  จาม  หรือรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นหอบ  อาการที่ไม่รุนแรง  จะมีหดหู่  อ่อนเพลีย  ง่วงนอน  ขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน
 
การป้องกัน
1.ควบคุมสิ่งแวดล้อมในตึกให้มีการถ่ายเทอากาศหมุนเวียนจากภายนอกอาคารบ้าง ควรมีเครื่องฟอกอากาศ เครื่องกำจัดกลิ่นควัน  ควรให้แสงแดดส่องเข้ามาในห้อง
2.ห้ามสูบบุหรี่  ไม่ควรปรุงอาหารในตึก  ถ้าปรุงอาหารต้องมีเครื่องดูดควันออกไป
3.ทำความสะอาดอาคาร  เครื่องเรือน  ดูดฝุ่น  ตามพรม  หรือซักผ้ามานไม่ให้มีไรฝุ่นเกะสะสม
4.ในอาคารที่มีเครื่องไฟฟ้า  เครื่องถ่ายเอกสาร  เตาไมโครเวฟ  ควรให้มีอากาศถ่ายเทในบริเวณที่ตั้งอุปกรณ์เหล่านั้น
5.เครื่องปรับอากาศ  ไม่ควรมีน้ำรั่ว  จะเกิดเชื้อราตามพื้น ฝาผนัง ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดถูตามพื้นอาคารและเครื่องเรือนใช้น้ำยาพ่น  กำจัดเชื้อรา  ไวรัส  และแบคทีเรีย  หลังเวลาใช้งาน
6.หลีกเลี่ยงการตากผ้าเปียกในตึก
7.ไม่ควรทิ้งขยะค้างคืนไว้ในสำนักงาน  เพราะจะเป็นอาหารของแมลงสาปในเวลาค่ำคืน
 
           ---------------------------------------------------

โรคตึกเป็นพิษ Sick Building Syndrome

source: Safety and Health | SEIU.org, SHE’S smart magazine

โรคตึกเป็นพิษ หรือ Sick Building Syndrome (SCB) ก็คืออาการที่เกิดขึ้นจากมลพิษภายในอาคารที่วางระบบหมุนเวียนอากาศไม่ดี จึงทำให้สารระเหยที่ถูกปล่อยออกมาจากเครื่องใช้สำนักงาน เช่น เครื่องซีร็อกซ์ พรินเตอร์ รวมถึงสารระเหยจากสีทาผนัง ไม้อัด สารเคลือบเงาทั้งหลาย หรือแม้กระทั่งไรฝุ่นในพรม วนเวียนอยู่ภายในระบบปรับอากาศของตึก

อาการที่ปรากฏคือ อ่อนล้า ปวดหัว เวียนหัว คลื่นไส้ คัดจมูก ไอ จาม เกิดผื่นผดคัน ระคายเคืองดวงตา และมีความผิดปกติของประสาทรับกลิ่น เป็นต้น

มีข้อสังเกตให้พิจารณาสองประการ
1. คนที่อยู่ในห้อง หรือในตึกเดียวกันมีอาการเหล่านี้เหมือนกันหรือไม่
2. อาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่ออยู่ในตึกเท่านั้น เมื่อออกมาภายนอกจะไม่หลงเหลืออาการใช่ไหม

โรคตึกเป็นพิษ จะทำให้พนักงานเจ็บป่วยทั้งร่างกาย และจิตใจ ซึ่งหากไม่มีการแก้ไข คนทำงานจะมีสภาพไม่พร้อมที่จะทำงาน สุดท้ายอาจแย่ถึงขนาดส่งผลต่อกิจการขององค์กรเลยที่เดียว

การแก้ไข

1. จัดการเรื่องการหมุนเวียนของอากาศให้ดีขึ้น เช่น ติดตั้งพัดลมดูดอากาศ หรือเปิดหน้าต่างตอนที่ปิดแอร์ เพื่อให้อากาศที่ค้างอยู่ในตึกระบายออกไปบ้าง
2. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นต้นกำเนิดของไอระเหยที่เป็นพิษให้น้อยที่สุด หรือเลือกวัสดุอื่นทดแทน เช่น ใช้สีทาผนังแบบที่ไม่มีโลหะหนักผสม ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้จริง หรือใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้อัด แบบที่ปล่อยไอระเหยน้อยกว่าปกติ
3. จัดบริเวณที่มีการฟุ้งกระจายของสารระเหยแยกจากห้องทำงานของพนักงาน เช่น ห้องถ่ายเอกสาร ห้องพรินต์งาน ห้องเก็บผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด
4. ทำความสะอาดในส่วนต่างๆ ให้บ่อยขึ้น โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ และพัดลมดูดอากาศ
5. หาต้นไม้ในร่มมาปลูก และตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ในห้องเพื่อช่วยฟอกอากาศ และลดปริมาณสารพิษ ยิ่งถ้าเป็นไม้ประดับที่ดูดสารพิษได้ก็ยิ่งดี

อ้างอิงข้อมูลต้นฉบับ : นิตยสาร ฉบับที่ 22 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2551

http://www.raklukefamilygroup.com/article.php?cat_id=72&id=2960

Posted by ไทยประกัน thai insurance

For more info

Is Your Building Making You Sick? ดาวน์โหลด หนังสือ อ้างอิง pdf

 

Sick Building Syndrome

 

This 35-page training workbook ( หนังสืออ้างอิง pdf) provides SEIU members with an understanding of the causes of indoor air quality problems, and the tools to persuade employers and building owners to make indoor work environments safe and healthful. This workbook teaches workers how to work together and organize their co-workers to solve sick building syndrome problems. Hard copies available at no charge.

  ------------------------------------------------------

 

SBS พิษยุคใหม่ โรคศิวิไลซ์ของคนในตึก

(บทความ จาก นสพ.)

             Sick Building Syndrom หรือ SBS ชื่อโรคอย่างเป็นทางการภาษาไทยยังไม่มี เรียกกันสั้นๆ ย่อๆ ว่าเอสบีเอสนี้ เริ่มเข้าสู่กระแสอินเทรนด์ของการเจ็บป่วย เพราะมนุษย์ตึกพันธุ์ใหม่จำนวนมากกำลังเจ็บป่วยด้วยโรคนี้ แต่มีน้อยคนนักจะรู้สาเหตุและสังเกตว่าอาการเจ็บป่วยดังกล่าวจะปรากฏชัดต่อเมื่อกลับเข้าห้องพักในคอนโดมิเนียนหลายสิบชั้น กลับเข้าในอาคารสำนักงาน เพราะโรคนี้ยังเป็นเรื่องใหม่ และไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยมากนัก

ทั้งที่ปัจจุบันตึกสูงส่วนใหญ่จะถูกออกแบบปิดทึบ เพื่อประหยัดพลังงาน แต่หารู้ไม่ว่าได้กักเอาสิ่งปนเปื้อนหลายชนิดซ่อนไว้ในอาคาร

ไปหาคำตอบเรื่องนี้กับการเสวนา "โรคศิวิไลซ์ ภัยคนในตึก" ที่จะบอกให้รู้ว่าที่ทำงานของคุณสามารถทำให้ป่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นไอ จาม ปวดศีรษะ เคืองตา หรือหอบหืด อาการเหล่านี้อาจลุกลามไปถึงโรคทางเดินหายใจจากปอดอักเสบ และวัณโรค นี่คือโรคที่เราอาจไม่เคยนึกถึง แต่อาการผิดปกติที่เรียกว่า Sick Building Syndrome (SBS) จะมีวิธีการจัดการกับมันอย่างไร

ดร.สร้อยสุดา เกสรทอง จากสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ผู้ซึ่งลงแรงไปกับการศึกษาวิจัยเรื่องนี้โดยเฉพาะ อธิบายโรค SBS นี้ว่า ปัญหาคนในสำนักงานตามอาคารสูงเจ็บป่วยด้วยอาการ ซึ่งหลายครั้งไปพบแพทย์แล้วหาสาเหตุไม่เจอ ต้นเหตุใหญ่มาจากคุณภาพภายในสำนักงาน โรงพยาบาล โรงแรม โรงเรียน และที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมสูงหลายชั้น มักติดเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะระบบปรับอากาศรวม มีการเก็บข้อมูลตรวจวัดปริมาณเชื้อโรคในอากาศ พบเชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส ทำให้เกิดอาการตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย นับตั้งแต่ ....กลุ่มอาการทางตา : ระคายเคืองตา ตาแดงแห้ง แสบตา พบบ่อยในคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ร่วมด้วย

- กลุ่มอาการทางจมูก : คัดจมูก ไอ จาม คล้ายคนเป็นโรคภูมิแพ้ มีอาการตลอดเวลา ขณะที่อยู่ในอาคาร
- กลุ่มอาการระบบทางเดินหายใจ : คอแห้ง แสบคอ หายใจลำบาก ถึงภาวะปอดบวม
- กลุ่มอาการผิวหนัง : มีผื่นแพ้ แดง คัน ตามลำตัว
- กลุ่มอาการระบบประสาท : ปวดศีรษะ มึนงง ขาดสมาธิในการทำงาน และอ่อนเพลีย

"คนรุ่นใหม่มีวิถีชีวิตส่วนใหญ่ 80-90% อยู่ภายในออฟฟิศ สำนักงาน บ้านหรือคอนโดฯ ที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ซึ่งมีผลวิจัยแล้วว่าสภาพอากาศที่ขาดการถ่ายเทที่ดี จะมีสิ่งปนเปื้อนสูงกว่าภายนอกอาคาร ที่โล่งแจ้ง นั่นเป็นต้นเหตุทำให้หลายคนที่ใช้ชีวิตภายในตึกที่มีมลพิษเหล่านี้เกิดอาการ SBS โดยไม่รู้ตัว และเป็นโรคที่ทางแล็บวินิจฉัยหาสาเหตุจากการตรวจเลือด น้ำลายก็ไม่พบ ต่างจากกลุ่มโรค BRI (Building-Related Illness) ซึ่งสามารถหาสาเหตุความเจ็บป่วยได้"

คนที่ป่วยกระเสาะกระแสะลองค้นหาต้นเหตุดูว่ายามเราป่วย อาการจะเป็นมากหรือกำเริบขึ้นเมื่ออยู่ในอาคาร แต่เมื่อออกจากตึก ก็ค่อยๆ รู้สึกดีขึ้น เป็นเรื่องที่อยากให้สังเกต

ถ้าเกิดอาการเช่นนี้ สันนิษฐานได้เลยว่าต้นตอมาจากปัจจัยหลายข้อ เริ่มตั้งแต่คุณภาพอากาศภายในอาคารเป็นปัญหาหนัก ตามมาด้วย แสง เสียง และท่าทางการนั่งในขณะทำงาน ก็ล้วนเกี่ยวข้อง ยิ่งสัดส่วนของคนจำนวนมากต่อพื้นที่ในอาคารน้อย จนแออัด ยิ่งทำให้คุณภาพอากาศแย่ลงเท่านั้น

"คนเราหายใจออกเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา วนเวียนอยู่ภายในห้อง ตึกทึบ จากเดิมที่บ้านเรือน สำนักงานมักโปร่ง โล่ง มีที่ระบายอากาศ ถูกปิดทึบ และหายใจกันผ่านระบบปรับอากาศรวม คนที่เจ็บป่วยเป็นหวัด โรคทางเดินหายใจติดต่อ ยิ่งเป็นการแพร่เชื้อ อย่างในโรงพยาบาลหลายแห่ง ออฟฟิศที่เป็นหน่วยงานด้านเอกสาร มักสะสมฝุ่น หรือสารเคมีต่างๆ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานแย่ เพราะสุขภาพเลวร้ายนั่นเอง"

ดังนั้น วิธีป้องกัน และดูแลรักษาสุขภาพของตัวเอง รวมทั้งทุกคนภายในสำนักงาน ที่พักที่ดีที่สุด นั่นคือการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอาการจาก SBS ดังกล่าว จึงควร
**ทำความสะอาดระบบปรับอากาศภายในอาคารเป็นประจำ เพื่อป้องกันการสะสมของสารจุลชีพ อนุภาคแขวนลอยต่างๆ ที่อยู่ในแผ่นกรองของเครื่องปรับอากาศ ในบรรยากาศ

**ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์อยู่เสมอ ไม่ให้ฝุ่นเกาะอยู่ ซึ่งจะเป็นบ่อเกิดของอาการ SBS และต้นเหตุโรคภูมิแพ้
**จากการวิจัยทำให้เชื่อได้ว่าการนั่งทำงานบนตึกเป็นระยะเวลานานๆ เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการด้วย จึงควรหาเวลาสัก 5-10 นาที ออกมาสูดอากาศนอกตึกบ้าง จะช่วยป้องกันอาการ SBS แล้วยังช่วยลดความเครียดจากการทำงานได้ด้วย


ท้ายสุด การป้องกันตัวเอง เป็นเคล็ดลับที่ดีที่สุด ก็สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงเสมอ อาหารหลัก 5 หมู่ ใช้ได้ตั้งแต่เด็กจนวัยชรา ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนเพียงพอ แค่นี้ "อโรคยา ปรมาลาภา" ก็พอเพียงแล้วแก่ชีวิต

 มติชน 7 มิย. 50
http://www.connect.co.th/prnewsanamai/source/industry-matichon01-15-20070704-123901.pdf
           ---------------------------------------------------
 
 
การเจ็บป่วยจากสิ่งปนเปื้อน ในอากาศภายในอาคาร
 
การเจ็บป่วยจากสิ่งปนเปื้อนในอากาศภายในอาคาร หรือ กลุ่มอาการอาคารป่วย หรื อ Sick Building Syndro me (SBS) เป็นคํากลางๆ ที่มักใช้เรียกสถานการณ์ที่คนทํางานในอาคารเกิดอาการผิดปรกติทางสุขภาพที่ดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์กับช่วงเวลาที่อยู่ในอาคาร แต่ไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่นอนได้ ปัญหาอาจเกิดขึ้นเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคารหรือกับทั้งหมดอาคารก็ได้ 

 อาการ

ได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกไหล เคืองตา ไอ แน่นหน้าอก อ่อนล้า ปวดศีรษะ อาการป่วยดังกล่าวเป็นอาการที่ไม่มีลักษณะเฉพาะโรค และมักจะหายเมื่อออกจากอาคาร


สาเหตุ
1. การระบายอากาศไม่เพียงพอ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจาก
           การนําอากาศภายนอกเข้าไปในอาคารไม่เพียงพอ การกระจายและการผสมผสานอากาศภายในอาคารไม่พอเพียง อุณหภูมิและความชื้นสูงหรือไม่คงที่
ระบบการกรองอากาศทํางานไม่มีประสิทธิภาพ
2. สารเคมีภายในอาคาร
           มีสาเหตุมาจากแหล่งมลพิษภายในอาคาร เช่น จากเครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องพิมพ์เลเซอร์ นอกจากนี้ยังมีสารประกอบอินทรีย์ไอระเหย (VOC: Volatile Organic Compounds) อื่นๆ ที่อาจมาจากกาวและสารเคมีที่ใช้ในสํานักงาน ตลอดจนการสูบบุหรี่ในอาคารและการใช้ก๊าซหุงต้มอาหาร และฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ
3. สารเคมีจากภายนอกอาคาร
           มีสาเหตุจากมลพิษอากาศภายนอกอาคาร เข้ามาภายในอาคารทั้งจากทางประตู หน้าต่าง ช่องระบายอากาศ หรือแทรกซึมตรงบริเวณที่ปิดไม่สนิท เช่น อากาศเสียที่ระบายออกจากอาคาร ใกล้เคียง ควันไฟหรือกลิ่นจากครัวปรุงอาหาร และควันจากท่อไอเสียรถยนต์ในโรงจอดรถ เป็นต้น
4. ปัจจัยทางฟิสิกส์
           เช่น อุณหภูมิ และความชื้น ตลอดจนเสียงและแสง การป้องกันและแก้ไข แบ่งเป็น 2กรณี คือ การป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา และการแก้ไขปรับปรุงอาคารที่มีปัญหากลุ่มอาการอาคารป่วย 

1. แนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา มีดังนี้
           1.1 การระบายอากาศทั่วไป ปัจจุบันมักมีการนําเอาอากาศภายในอาคารหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่เพื่อประหยัดพลังงานในการปรับอุณหภูมิและความชื้น ซึ่งถ้าไม่มีระบบกรองอากาศที่ดี จะทําให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพได้ นอกจากนี้การไม่นําอากาศในอาคารกลับมาใช้จะช่วยลดโอกาสแพร่กระจายเชื้อโรคจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ
           1.2 การระบายอากาศเฉพาะสําหรับพื้นที่ที่มีมลพิษสูง ห้องครัว ห้องน้ำซึ่งต้องการการระบายอากาศสูง เพื่อป้องกันกลิ่นและการเจริญเติบโตของเชื้อรา
                  ควรมีระบบระบายอากาศแยกส่วนเฉพาะโดยไม่นําอากาศนี้กลับมาใช้ใหม่ หรือปล่อยไม่ให้ปนเปื้อนอากาศที่ใช้ในส่วนอื่นของอาคาร 
           1.3 ฉนวนกั้นอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมภายนอก พื้นและผนังอาคารควรออกแบบให้สามารถป้องกันความร้อน แสง เสียงรวมทั้งก๊าซเรดอนจากภายนอกได้ 
           1.4 การควบคุมความชื้น การควบคุมความชื้นจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และไรฝุ่น ห้องน้ำหรือบริเวณเปียกชื้นมักเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ดีสําหรับเชื้อรา จึงควรมีรางระบายน้ำที่ดีและเมื่อพบจุดที่เปียกชื้นต้องรีบแก้ไขโดยเร็ว 
           1.5 ควรออกแบบภายในอาคารให้ทําความสะอาดได้ง่าย 
           1.6 การออกแบบแสง ควรใช้หลอดไฟที่ให้แสงเป็นธรรมชาติมากที่สุด 
           1.7 วัสดุก่อสร้าง วัสดุที่ใช้ก่อสร้างอาคารทุกชนิดควรปลอดภัยต่อสุขภาพ วัสดุหลายชนิดเป็นแหล่งของสารเคมีและอันตราย

2. แนวทางการแก้ไขปรับปรุงอาคาร มีดังนี้ 

           2.1 การปรับปรุงแก้ไขที่แหล่ง วิธีนี้ใช้ได้ในกรณีที่รู้แหล่งที่มาและแหล่งนั้นสามารถควบคุมได้ด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยากนัก เช่น การบํารุงรักษาระบบ
                  ระบายอากาศ และเครื่องทําความเย็น 
           2.2 การเพิ่มอัตราการระบายอากาศ การปรับปรุงการไหลเวียนและการระบายอากาศจะช่วยลดมลพิษภายในอาคารได้ดี 
           2.3 การฟอกอากาศ ระบบฟอกอากาศอาจนํามาใช้ควบคู่กับระบบระบายอากาศ แผ่นกรองอากาศมีประสิทธิภาพและราคาต่างกัน แผ่นกรองอากาศ
                 โดยทั่วไปไม่สามารถกรองก๊าซได้ ดังนั้นการเลือกระบบกรองจึงต้องรู้สภาพปัญหา และวัตถุประสงค์ของการใช้เป็นอย่างดี 
           2.4 การให้สุขศึกษาประชาสัมพันธ์ จะช่วยให้เกิดความตระหนัก และเกิดความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหา 
                                                                                                                                                                            
ที่มา : เอกสารอาชีวอนามัยศูนย์พัฒนาวิชาการในเขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก จ.ระยอง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 
          http://www.siamsafety.com/

 
            ---------------------------------------------------
 

อดีตนายกวิศวกรรมสถาน ชี้ คนป่วย เพราะ อาคารป่วย

        อดีตนายกสภาวิศวกร และนายกวิศวกรรมสถานชี้ อาคารป่วยทำให้คนทำงานป่วย เพราะสภาพของอาคารส่งผลต่อร่างกายของมนุษย์             
 
       ศ.อรุณ ชัยเสรี อดีตนายกสภาวิศวกร และอดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เล่าประสบการณ์และให้ความรู้เรื่องอาคารป่วย หรือ Sick Building ในโอกาสที่เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในงานประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่ง ชาติ ครั้งที่ 13 ที่ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยจัดขึ้น ณ โรงแรมจอมเทียนปาล์มบีช พัทยา จังหวัดชลบุรี        
       ทั้งนี้ศ.อรุณกล่าวว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ปอดทั้งๆ ที่ไม่ได้สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เที่ยวกลางคืน แต่อย่างใด และได้ไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาซึ่งเเพทย์ก็ไม่สามารถที่จะให้คำตอบได้ว่า สาเหตุของมะเร็งที่เกิดขึ้นนั้นมาจากอะไร
       
       “ผมพยามค้นคว้าหาสาเหตุจากแหล่งต่างๆ ทั้งหนังสือ ตำราต่างประเทศ และทางอินเตอร์เน็ต จึงทำให้ทราบว่าการที่ผมป่วยนั้นมีสาเหตุมาจากการอยู่ในอาคารหรือห้องที่ ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานหรือเป็นประจำ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า Sick Building Syndrome หรืออาคารป่วยนั่นเอง
       
       กรณีของผมพบน้อยมากในเมืองไทยของเรา แต่ก่อนผมจะใช้ห้องนอนเป็นห้องทำงาน เรียกได้ว่าชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในนี้เป็นส่วนมาก ทำงานเสร็จแล้วก็นอน ซึ่งผมคิดว่านี่อาจเป็นสาเหตุทำให้ป่วยก็ได้ เรื่องอาคารป่วยนี้ถือเป็นภัยเงียบ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยโดยไม่รู้ตัว
       อาคารป่วยนี้ ไม่จำเป็นต้องเกิดกับอาคารเก่าเท่านั้น สามารถเกิดได้ทุกอาคารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ หรือมีสารเคมีหรือสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายรวมอยู่ด้วย
       
       โดยอาการทั่วไปของผู้ที่เข้าไปในอาคารที่พบส่วนใหญ่ จะมีอาการปวดศรีษะ คลื่นไส้ แน่นหน้าอก อ่อนเพลีย จาม ไอ เป็นต้น ซึ่งถ้าเป็นเวลานานเข้าอาจกลายเป็นโรคร้ายอื่นๆ ได้อีกด้วย”
       
       สำหรับสาเหตุของที่ทำให้อาคารป่วย นั้นมีมากมายหลายปัจจัย อาทิ อาคารนั้นมีความสูง และมีการโยกเกิน 1/500 ของความสูง ห้องในอาคารนั้นๆ เป็นแบบปิดทึบไม่มีอากาศถ่ายเท โดยเฉพาะในห้องปรับอากาศ จะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคอย่างดี หรือถ้าผนังเกิดรอยร้าว หรือมีความชื้นสูงก็เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคเช่นกัน ส่วนในอาคารหรือห้องที่ปูพรม หรือมีม่าน ถ้าทำความสะอาดไม่ดีก็เป็นแหล่งสะสมฝุ่นละอองและเชื้อโรคได้เช่นกัน     
       หากเป็นห้องที่ทำเสร็จใหม่ๆ ก็จะมีฝุ่นละอองและสารเคมีจากสีกลิ่นของทินเนอร์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างมาก นอกจากนี้ในห้องที่ติดพื้นดิน ถ้าไม่ได้ปูพื้นป้องกันแก๊สเรเดียม ซึ่งเป็นแก๊สที่ไม่มีสีและกลิ่น สลายตัวจากแร่เรเดียม และมีมากในพื้นดิน ก็อาจทำให้แก๊สนั้นแพร่ซึมมาสู่ร่างกายก่อให้เกิดการสะสมจนเป็นโรคมะเร็งได้
       
       “วิธีแก้ไขและป้องกันนั้น เราก็ต้องเริ่มต้นจากการออกแบบก่อสร้างให้ถูกสุขลักษณะ ซึ่งตรงนี้วิศวกรจะต้องมีส่วนร่วมในการให้คำแนะนำแก่สถาปนิก หรือแก้ไขตามสาเหตุนั้นๆ เช่น ถ้าในห้องอากาศไม่ถ่ายเท ก็ควรออกแบบให้โปร่งโล่ง อากาศเข้าออกได้ดี     
       ถ้าพื้นอาคารหรือห้องอยู่ติดหรือใกล้พื้นดิน ก็ควรปูยางรองพื้นชนิดพิเศษที่สามารถป้องกันแก๊สเรเดียมได้ ที่สำคัญควรทำความสะอาดห้องเป็นประจำและหมั่นตรวจตราสำรวจอยู่สม่ำเสมอ แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ไปอยู่ในห้องหรืออาคารที่ป่วยก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
” ศ.อรุณ กล่าว
 
 
ที่มา-
 

แนะนำหนังสือ

SBS โรคจากการทำงานในตึก

 

  เขียนโดย ดร.สร้อยสุดา เกสรทอง 

  พิมพ์ที่ ใกล้หมอ พิมพ์ปี 2549

   ราคา 155 บาท 

  193 หน้า น้ำหนัก 280 กรัม

  ISBN 9749417879

 

           เชื่อหรือไม่ว่าที่ทำงานของคุณสามารถทำให้คุณป่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นไอ จาม ปวดศีรษะ เคืองตา หรือหอบหืด อาการเหล่านี้ อาจลุกลามไปถึงโรคทางเดินหายใจจากปอดอักเสบ และวัณโรค นี่คือโรคที่คุณอาจไม่เคยนึกถึง แต่อาการผิดปกติที่เรียกว่า Sick Building Syndrome (SBS) นี้ สามารถแก้ไขได้ด้วย SBS โรคจากการทำงานในตึก เล่มนี้

 

             นี่คือหนังสือที่จะช่วยให้คุณผู้อ่านเข้าใจถึงความสำคัญของคุณภาพอากาศ ที่อาจมีผลกระทบเกิดขึ้นกับกลุ่มคนทำงาน หากทำงานอยู่ในอาคารทีมีปัญหาคุณภาพอากาศ รวมถึงวิธีป้องกันควบคุมต่างๆ เพื่อให้คุณทำงานในอาคารได้อย่างมีสุขภาพดี และส่งผลถึงประสิทธิภาพการทำงานต่อไป

 

                                                             สารบัญ      

บทที่ 1   คุณภาพอากาศในอาคารมีความสำคัญอย่างไร

บทที่ 2   ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพอากาศ

บทที่ 3   สิ่งปนเปื้อนที่สามารถพบได้ในอาคาร

บทที่ 4   ปัญหาคุณภาพอากาศในอาคารมีผลต่อสุขภาพอย่างไร

บทที่ 5   ปัญหาอื่นที่มีผลต่อสุขภาพ

บทที่ 6   โรคลีจีแนร์

บทที่ 7   อุณหภูมิที่กำลังสบาย

บทที่ 8   ระบบระบายอากาศและปรับสภาพอากาศภายในอาคาร

บทที่ 9   หากเกิดปัญหาคุณภาพอากาศจะทำอย่างไร

บทที่ 10   การส่งเสริมให้มีคุณภาพอากาศในอาคารที่ดี

                                            …………………..

ตัวอย่าง

 
 
 
 
 
English Thai