เยียวยาอาการป่วยของออฟฟิศเขียนโดย อดัม แอสตัน,บิสสิเนสวีค นิวยอร์กเพียงแค่เปลี่ยนจากวัสดุสังเคราะห์มาเป็นวัสดุธรรมชาติและให้แสงแดดสาดส่องเข้าถึง แค่นี้ก็ทำให้ออฟฟิศน่าอยู่ขึ้นอีกโขตั้งแต่ออฟฟิศ มีคอกกั้นผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ดูเหมือนว่า บรรดาพนักงานต้องตกอยู่ในสภาวะที่โดนขืนใจมาตลอด ตั้งแต่สารเคมีในกาวติดพรม น้ำยาทำความสะอาดและแท่นหมึกในเครื่องปริ้นท์เตอร์ล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดหัว วิงเวียน ซึมเศร้า ผื่นคัน พะอืดพะอมและปัญหาในระบบทางเดินหายใจ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าออฟฟิศมีอากาศบริสุทธิ์เพิ่มขึ้น แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะหน้าต่างออฟฟิศทั้งหลายมักจะถูกปิดตาย นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการจัดสรรพื้นที่ ซึ่งพนักงานหนึ่งคนจะได้พื้นที่ส่วนตัวประมาณ 40 ตารางฟุตเท่านั้น (ประมาณ 14 ตารางเมตร) น้อยกว่าที่พนักงานในยุค 1970 เคยได้ถึง 1 ใน 3 ส่วน มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงว่า สภาพแวดล้อมเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของพนักงาน เราจะก้าวเข้าสู่เครือข่ายไร้พรมแดนหรือแสวงหาไอเดียอันบรรเจิดเพื่อออกแบบสินค้ายอดฮิตได้อย่างไร ถ้าเราเองยังถูกกักขังอยู่ในคอกเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคแบบนี้ แม้ว่าในตอนนี้จะยังไม่สามารถระบุได้ว่า เจ้าเชื้อโรคที่ตาเปล่ามองไม่เห็นตัวไหนกำลังคืบคลานเข้ามาในคอกของคุณบ้าง แต่รับรองได้ว่า ภายในสิบปีจะมีเครื่องมือง่ายๆ ที่ใช้ตรวจสอบสารพิษและเชื้อโรคที่ลอยอยู่ในอากาศแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้นนักวิทยาศาสตร์ก็กำลังค้นคว้าหาวัตถุดิบชนิดใหม่ขึ้นมาผสมกับสารทาเคลือบผิวเพื่อให้มีความสามารถในการดูดซับสารพิษในอากาศอีกด้วย แต่หากจะตั้งหน้าตั้งตารอให้การคิดค้นดังกล่าวเกิดขึ้นก็อาจจะไม่ทันการ ดังนั้นสำหรับบรรดาผู้จัดการที่เริ่มลงมือฆ่าเชื้อโรคและเพิ่มแสงสว่างภายในออฟฟิศของพนักงานอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้ คาดหวังได้เลยว่าจะได้รับผลตอบแทนอย่างงดงาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดต้นทุน อาการป่วยของพนักงานและการขาดงานที่ลดลง แน่นอนว่าปริมาณงานจะเพิ่มมากขึ้นและการคัดเลือกพนักงานที่มีคุณสมบัติตามที่บริษัทต้องการก็จะง่ายขึ้นด้วย จากการสำรวจคอลล์เซ็นเตอร์หลายแห่งในปี 2003 พบว่า พนักงานรับโทรศัพท์ที่นั่งทำงานใกล้หน้าต่างสามารถให้บริการได้เร็วกว่า 6-12% และในการทดสอบสมรรถภาพทางสมองก็สามารถดำเนินการได้ดีกว่าถึง 25% นอกจากนี้ ยังมีปัญหาด้านสุขภาพน้อยกว่าเพื่อนร่วมงานที่อยู่ใต้แสงไฟปรกติอีกด้วย ธุรกิจที่เอาใจใส่เพื่อนร่วมงานนี้ จะส่งผลดีต่อเพื่อนร่วมโลกอย่างสิ่งแวดล้อมไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งในระยะยาว แล้วจะส่งผลดีต่อตัวบริษัทเอง การที่ให้แสงสว่างจากธรรมชาติส่องเข้าถึงมากขึ้นจะช่วยลดการใช้พลังงานของบริษัทลง ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับพนักงานที่รักธรรมชาติ เนื่องจากการศึกษาของบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ในสำนักงานอย่างคอร์ปอเรท เอ็กซ์เพรสพบว่า 64% ของพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานในห้องรับเอกสารหรือผู้บริหารระดับสูงต่างให้คำตอบว่า การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมของบริษัทมีผลต่อการตัดสินใจเลือกทำงานกับบริษัทนั้นๆ ต่อไปนี้ คือ สิ่งที่บ่อนทำลายสุขภาพและขวัญกำลังใจในที่ทำงานและวิธีที่จะเยียวยาให้อาการดีขึ้น ฆ่าเชื้อ พรมและผ้า เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ © 2007 by The McGraw-Hill Companies Inc. All rights reserved. |





















